Love is a difficult topic to talk about because most of us don’t see God. Most of the time, many people think that love is a feeling. But, feeling can disappear. Love can only be shown through actions.

How can we love God?

This reminds me of the bible story in HOSEA and in SAMUEL. In Hosea, the wife of HOSEA was not faithful to Hosea. After living with Hosea for a few years, she went back to prostitution.

Another story in the book of Samuel talks about a man who is very loyal to King David. But David lusted over the man’s wife. In the end, David had gotten his wife pregnant and killed the man.

You may have experiences of being betrayed by your love ones. You may think about how ungrateful these people are! But wait, think about God’s love! Many times, we did not respond to God’s love and has been ungrateful. Sometimes we do blame God when things don’t go our way. Or, when we sinned against God?

Consider how God has love us when Jesus died on the cross for us?

Today we are going to talk about loving God.

Let me share a quote with you:

“God did not love us because He had a need; God loved us because we had a need.”


ความรักเป็นเรื่องยากที่จะพูดคุย เพราะพวกเราส่วนใหญ่มองไม่เห็นพระเจ้า ส่วนใหญ่แล้วหลายคนมักคิดว่าความรักคือความรู้สึก  แต่ความรู้สึกสามารถจางหายไป ความรักต้องแสดงออกให้เห็นผ่านการกระทำเท่านั้น



สิ่งนี้ทำให้ฉันนึกถึงเรื่องราวในพระคัมภีร์ใน โฮเชยา และใน ซามูเอล  ภรรยาของโฮเชยาไม่ซื่อสัตย์ต่อโฮเชยา หลังจากอยู่กับโฮเชยาได้ไม่กี่ปี เธอก็กลับไปค้าประเวณี

อีกเรื่องหนึ่งในหนังสือของซามูเอลพูดถึงชายคนหนึ่งที่ภักดีต่อกษัตริย์ดาวิดมาก  แต่ดาวิดมีความปรารถนาที่จะครอบครองภรรยาของชายคนนั้น ในที่สุด ดาวิดทำให้ภรรยาของชายคนนั้นตั้งท้อง และดาวิดก็ฆ่าชายคนนั้น

คุณอาจมีประสบการณ์จากการถูกคนรักของคุณหักหลัง คุณอาจคิดว่าคนพวกนี้อกตัญญูแค่ไหน! แต่เดี๋ยวก่อน ให้เราคิดถึงความรักของพระเจ้า! หลายครั้งเราไม่ตอบสนองต่อความรักของพระเจ้าและอกตัญญู บางครั้งเราตำหนิพระเจ้าเมื่อสิ่งต่างๆไม่เป็นไปตามทางของเรา หรือเมื่อเราทำบาปต่อพระเจ้า


พิจารณาว่าพระเจ้ารักเราอย่างไร เมื่อพระเยซูสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อเรา






“พระเจ้าไม่ได้รักเราเพราะพระองค์มีความต้องการ พระเจ้าทรง รักเราเพราะเรามีความต้องการ”

Love God by staying in love with Him!


1)     We can love Him only because He first loved us.

2)     We can love Him only by abiding in His love.


Point 1: We can love Him only because He first loved us.

“We love, because He first loved us.” 1John 4:19

If God has not demonstrated His love for us, we cannot love God!

Ephesians 3:17-19

“that Christ may dwell in your hearts through faith; that you, being rooted and grounded in love, may be able to comprehend with all the saints what is the width and length and depth and height- to know that love of Christ which passes knowledge; that you may be filled with all the fullness of God.”

Being Rooted and grounded in love—Being rooted is like a “tree” and grounded in love—the temple. Being “Rooted” in Greek is to be firmly established, thoroughly grounded.

If we try to love God with our own effort, we will fail. So firstly we must know God’s love for us. So when we think about the word “rooted” we can think of the picture: a tree whose roots goes deep and extend wide in God’s love. It also means to understand deeply God’s love through the Bible.

To understand the word of God, we can never look at our feelings. Because feelings change and it is often shallow. Like how a mother love a child, the child does not need reminders!

Lets look at the word “Grounded” in Greek “to lay the foundation, to make stable, establish.” The word gives us a picture where a temple still can stand even when the ground shakes because the foundation is strong.

1 Corinthians 13:13

And now abide faith, hope, love, these three; but the greatest of these is love.

So, we cannot be strong if we are not rooted and grounded in God’s love.

That’s why Paul prayed in Ephesians 3:17-19

“that Christ may dwell in your hearts through faith, that you, being rooted and grounded in love may be able to comprehend…the love of Christ…”

Knowing God’s love through the Bible is important but we must also encounter God’s love!

When I was feeling very down, God used a stranger to remind me that God love me.

When we are full of ourselves in our life, we will not have space of God’s love. But when we empty ourselves, we can be filled with God’s love!

Point 2: We can love Him only by abiding in His love.

Just as the Father has loved Me, I also have loved you; remain in My love. If you keep My commandments, you will remain in My love; just as I have kept My Father’s commandments and remain in His love. – John 15:9-10

These things I have spoken to you so that My joy may be in you and your joy may be made full -John 15:11

Abide/Remain = tarry, sojourn, remain, continue to be present, endure and last. In short, it is to continue to be in love with God.

It is not about feelings but a choice. Our Christian faith can only be express through our deeds. Self love is not love at all. Self-love is selfish. After Jesus ascended to heaven, He sent the Holy Spirit to empower us, comfort us and guide us.

How can we demonstrate our love for God? TIME! Taking time to spend time with God, taking love to love others and taking time to serve Him, to go to church and to keep His commandments. When you take time to do God’s work, one good way to check whether we are serving God in love, we will experience joy serving Him.

“I long for Your Salvation, O Lord and Your law is my delight.” -Psalm 119:174

Keeping God’s commandments and serving Him because you love Him will result in joy and delight.

Is God our desire? Being Christian is not a religion and going to church is not a religious chore. If we love God, what we do for God will give us joy.

Big idea: “Love God by staying in love with Him”

God love us deeply. Lets examine our hearts if we are loving God. Is God our desire? Make the choice to love God.

Application: Check our joy level-are we full of joy because we love God? are we serving God because we love God or because we are religious?








1)    เราสามารถรักพระองค์ เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน

2)    เราสามารถรักพระองค์ โดยการอยู่ในความรักของพระองค์



 จุดที่1 : เราสามารถรักพระองค์ เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน


1ยอห์น 4:19  

ถ้าพระเจ้าไม่ได้แสดงความรักของพระองค์ที่มีต่อเรา เราก็รักพระเจ้าไม่ได้!


เอเฟซัส 3:17-19

“เพื่อพระคริสต์จะทรงสถิตในใจของท่านโดยความเชื่อ เพื่อว่าเมื่อทรงวางรากฐานท่านไว้อย่างมั่นคงในความรักแล้ว ท่านก็จะหยั่งรู้ได้ว่าอะไรคือความกว้าง ความยาว ความลึก และความสูงพร้อมกับบรรดาวิสุทธิชนทั้งปวง และให้เข้าใจถึงความรักของพระคริสต์ซึ่งเกินความรู้ เพื่อท่านจะได้รับความไพบูลย์ของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม”


การหยั่งรากและฝังรากลึกในความรัก — การหยั่งรากเป็นเหมือน “ต้นไม้”  และมีรากฐานมาจากความรัก – พระวิหาร การ “หยั่งราก”  ในภาษากรีกนั้นจะต้องได้รับการยอมรับอย่างมั่นคง และมีพื้นฐานอย่างละเอียด

ถ้าเราพยายามรักพระเจ้าด้วยความพยายามของเราเอง เราจะล้มเหลว ดังนั้นอย่างแรกเราต้องรู้จักความรักของพระเจ้าที่มีต่อเรา ดังนั้นเมื่อเราคิดถึงคำว่า “หยั่งราก” เราจะนึกถึงภาพต้นไม้ที่มีรากลึกและแผ่ขยายในความรักของพระเจ้า นอกจากนี้ยังหมายถึงการเข้าใจความรักของพระเจ้าอย่างลึกซึ้งผ่านทางพระคัมภีร์

เพื่อให้เข้าใจถึงพระวจนะของพระเจ้า เราไม่สามารถมองไปที่ความรู้สึกของเราได้ เพราะความรู้สึกเปลี่ยนแปลงไป และมักจะแค่ผิวเผิน

เหมือนกับที่แม่รักลูก และลูกก็รู้ว่าแม่รักโดยที่ไม่จำเป็นต้องบอก!

มาดูคำว่า “Grounded” ในภาษากรีก “เพื่อวางรากฐาน, สร้างความมั่นคง, สร้าง”  คำนี้ทำให้เราเห็นภาพว่าพระวิหารยังคงตั้งอยู่ได้แม้พื้นดินจะสั่นไหว เพราะฐานรากที่มีความแข็งแรง.


1 โครินธ์ 13:13

“ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง คือความเชื่อ ความหวังใจ ความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด”

นั่นคือเหตุผลที่อาจารย์เปาโลอธิษฐานในเอเฟซัส 3: 17-19

“เพื่อพระคริสต์จะทรงสถิตในใจของท่านโดยความเชื่อ เพื่อว่าเมื่อทรงวางรากฐานท่านไว้อย่างมั่นคง ในความรักอาจหยั่งรู้เข้าใจ….ความรักของพระคริสต์….”


การรู้จักความรักของพระเจ้าผ่านทางพระคัมภีร์เป็นสิ่งสำคัญ แต่เราต้องพบกับความรักของพระเจ้าด้วย!


เมื่อฉันรู้สึกแย่มากๆ พระเจ้าทรงใช้คนแปลกหน้าเพื่อเตือนฉันว่าพระเจ้ารักฉัน


เมื่อเราเต็มไปด้วยตัวของเราเองในชีวิตเรา เราจะไม่มีพื้นที่แห่งความรักของพระเจ้า แต่เมื่อเราว่างเปล่าเราจะเต็มไปด้วยความรักของพระเจ้า!


จุดที่ 2: เรารักพระองค์ได้ ก็ต่อเมื่ออยู่ในความรักของพระองค์เท่านั้น

“พระบิดาทรงรักเราฉันใด เราก็รักท่านทั้งหลายฉันนั้น จงยึดมั่นอยู่ในความรักของเรา ถ้าท่านทั้งหลายรักษาบัญญัติของเรา ท่านก็จะยึดมั่นอยู่ในความรักของเรา เหมือนดังที่เรารักษาพระบัญญัติของพระบิดาเรา และยึดมั่นอยู่ในความรักของพระองค์”

ยอห์น 15:9-10  


“นี้คือสิ่งที่เราได้บอกแก่ท่านทั้งหลายแล้ว เพื่อให้ความยินดีของเราดำรงอยู่ในท่าน และให้ความยินดีของท่านเต็มเปี่ยม”

ยอห์น 15:11


Abide / Remain = รอ, พักอาศัย, อยู่, อยู่ต่อไป, อดทนและถาวร สรุปก็คือรักพระเจ้าต่อไป


ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึก แต่เป็นทางเลือก ความเชื่อของคริสเตียนสามารถแสดงออกผ่านการกระทำของเราเท่านั้น

การรักตัวเองไม่ใช่ความรักเลย การรักตัวเองคือความเห็นแก่ตัว หลังจากพระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ แล้วพระองค์ทรงส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์มาให้อำนาจแก่เรา ปลอบโยนเรา และนำทางเรา


เราจะแสดงความรักต่อพระเจ้าได้อย่างไร?  เวลา! สละเวลาเพื่อใช้เวลากับพระผู้เป็นเจ้ารักที่จะรักผู้อื่น และสละเวลารับใช้พระองค์ ไปโบสถ์ และรักษาพระบัญญัติของพระองค์ เมื่อคุณใช้เวลาทำงานของพระเจ้า ซึ่งในหนึ่งวิธีที่ดีในการตรวจสอบว่าเรากำลังรับใช้พระเจ้าด้วยความรักหรือไม่ เราจะมีความสุขในการรับใช้พระองค์


“โอ ข้าแต่พระเยโฮวาห์ ข้าพระองค์กระหายความรอดของพระองค์ และพระราชบัญญัติของพระองค์เป็นความปีติยินดีของข้าพระองค์” สดุดี 119:174


รักษาพระบัญญัติของพระเจ้า และรับใช้พระองค์ เพราะคุณรักพระองค์ นั้นจะส่งผลให้มีความสุข และความยินดี


พระเจ้าเป็นความปรารถนาของเราหรือไม่?  การเป็นคริสเตียนไม่ใช่ศาสนา และการไปโบสถ์ไม่ใช่งานทางศาสนา ถ้าเรารักพระเจ้าสิ่งที่เราทำเพื่อพระเจ้าจะทำให้เรามีความสุข


แนวคิดที่ยิ่งใหญ่:  “คือการรักพระเจ้า โดยการรักพระองค์อยู่เสมอ”


พระเจ้าทรงรักเราอย่างสุดซึ้ง มาตรวจสอบหัวใจของเราว่าเรารักพระเจ้าหรือไม่  พระเจ้าเป็นความปรารถนาของเราหรือไม่? จงเลือกที่จะรักพระเจ้า


การปฎิบัติ: ตรวจสอบระดับความสุขของเรา – เราเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขเพราะเรารักพระเจ้าหรือไม่?  เรารับใช้พระเจ้าเพราะเรารักพระเจ้า หรือเพราะเรานับถือศาสนา?